หลักการของเมโสแฟต

หลักการของ Meso Slimming คือตัวยาที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากธรรมชาติ วิตามิน และแร่ธาตุ จะเข้าไปสลายไขมันตามจุดต่างๆ ของร่างกาย ทำให้ผนังไขมันแตกตัวออกเป็นไขมันเหลวและถูกขับออกทางปัสสาวะ โดยปริมาณที่ฉีดขึ้นอยู่กับบริเวณที่ต้องการ เช่น บริเวณแก้ม 2 ข้างอาจจะใช้ยาปริมาณจุดละ 0.2-0.4 ml. ห่างกันทุก 0.5-1เซนติเมตร โดยฉีดลึกเข้าไปในชั้นไขมันตั้งแต่ 0.2-0.4 มิลลิเมตร และฉีดซ้ำได้ทุก 1-2 สัปดาห์ โดยไขมันจะเริ่มลดจำนวนลง 10-20% ในแต่ละครั้งที่ทำการรักษา แนะนำให้ทำติดต่อกันประมาณ 3-5 ครั้งเพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน

ตำแหน่งที่นิยมทำ เมโสแฟต Meso Slimmimg

แก้ม
คาง (เหนียง)
ต้นแขน ต้นขา
หน้าท้อง

การปฏิบัติตัวหลังฉีด Meso Slimming

พยายามดื่มน้ำให้ได้วันละ 2 ลิตร เพื่อช่วยขับไขมันส่วนเกินที่สลายให้ออกจากร่างกายได้มากขึ้น
อาจมีรอยเขียวช้ำบริเวณที่ฉีดสลายไขมันบ้างหากโดนเส้นเลือดฝอยเล็กๆ จึงควรหลีกเลี่ยงการนวดตัว อบซาวน่า และการทำทรีทเม้นท์ใดๆ หลังทำประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อลดการฟกช้ำให้น้อยลง
หลังฉีดทันทีอาจมีอาการบวมยาเป็นเวลาประมาณ 2-4 ชั่วโมงเท่านั้น เมื่อหายแล้วจะไม่มีรอยใดๆ ผิวหนังจะยุบเอง ไม่เป็นคลื่น ผิวไม่เป็นรอยบุ๋ม
งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่
ควรออกกำลังกายเบาๆ เช่น เดินเร็ว โยคะ หรือแอโรบิค อย่างน้อยวันละ 30-45 นาที อาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง เพื่อให้กล้ามเนื้อกระชับ ช่วยรีดไขมันให้ออกจากร่างกายได้เร็วขึ้นและลดการสะสมของไขมันใหม่
การทำเมโสแฟตจะไม่มีประโยชน์ ถ้าไม่ปรับพฤติกรรมการทานอาหาร เพราะฉะนั้น คนไข้ควรหลีกเลี่ยงของมัน ของทอด บุฟเฟต์ แต่ให้ทานผัก ผลไม้ รวมถึงอาหารประเภทต้มหรือนึ่งให้มากขึ้น และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ไขมันส่วนเกินจะได้ไม่กลับมาสะสมอีก

ผู้ที่ไม่ควรทำ Meso Slimming

สตรีมีครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร
มีประวัติเป็นโรคระบบหลอดเลือดผิดปกติ เช่น เส้นเลือดสมองตีบหรืออุดตัน โรคมะเร็ง
ความดันโลหิตต่ำ
เป็นโรคหัวใจ
เป็นโรคเบาหวานที่ต้องฉีดอินซูลินเป็นประจำ
เป็นโรคติดเชื้อหรือมีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง