เก้าอี้สำนักงานสำหรับหนุ่มสาววัยทำงาน ที่ต้องอุทิศเวลาทั้งวันอยู่ในออฟฟิศ

จนลืมใส่ใจดูแลสุขภาพซึ่งในระยะยาวอาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพต่างๆ ตามมาได้แบบไม่ทันตั้งตัว ดังนั้น จึงถึงเวลาแล้วที่คุณจะหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพ และสภาพแวดล้อมในการทำงานให้เหมาะสมเสียแต่เนิ่นๆ เพื่อสุขภาพที่ดีต่อไปในอนาคต และนี่คือเคล็ดลับที่เราจะมาบอกคุณ…

ท่านั่งสุขภาพดี

เนื่องจากในวันๆ หนึ่งเราต้องนั่งทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ถึง 8 ชั่วโมงหรือมากกว่านั้น จึงทำให้ไม่ค่อยมีโอกาสที่จะขยับตัวลุกไปไหน ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อร่างกายเลย เนื่องจากเสี่ยงต่อการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ แถมยังมีโอกาสที่ร่างกายจะเผาผลาญแคลอรีน้อยลงด้วย ส่งผลให้เกิดโรคร้ายแรงต่างๆ ตามมาได้ ดังนั้น เราจึงต้องรู้จักท่านั่งทำงานและเลือกเก้าอี้สำนักงานที่ไม่ทรมานร่างกาย และยังช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพด้วย

โดยทั่วไปแล้วท่านั่งหน้า คอมพิวเตอร์ที่ถูกต้องคือ ระดับสายตาของเราต้องอยู่ในตำแหน่งเดียวกับส่วนบนของหน้าจอ และอยู่ห่างจากสายตาไม่ต่ำกว่า 20 นิ้ว เช่นเดียวกับเวลาอ่านเอกสาร ควรให้เอกสารหรือหนังสืออยู่ในระดับเดียวกับสายตา ข้อมือควรพักอยู่ที่พื้นโต๊ะ หัวเข่าควรอยู่ต่ำกว่ามุมของสะโพก และเท้าต้องแบนราบไปกับพื้น ถ้าใครช่วงขาสั้นก็ควรหาเก้าอี้เล็กๆ มารองไว้ ที่สำคัญคือ ส่วนคอ หลัง และหัวไหล่ ต้องไม่รู้สึกเกร็งอยู่ตลอดเวลา หากเป็นไปได้ควรหาเวลายืดเส้นยืดสายทุกๆ 20 นาที ถ้าจำเป็นต้องนั่งอยู่กับที่จริงๆ ก็ควรเปลี่ยนท่านั่งและทำร่างกายให้ขนานกับพื้นและโต๊ะ รวมทั้งควรใช้เก้าอี้ทำงานชนิดที่มีที่เท้าแขนและเบาะรองหลัง และควรนั่งให้ชิดพนักเก้าอี้ อย่านั่งแค่ปลายๆ เพื่อให้พนักเก้าอี้ช่วยรองรับน้ำหนัก สรุปง่ายๆ คือ เวลานั่งทำงานควรเปลี่ยนตำแหน่งและเคลื่อนไหวร่างกายให้บ่อยมากที่สุด เพื่อจะได้ไม่ต้องมานั่งบ่นปวดเมื่อยกันอยู่บ่อยๆ

จัดระเบียบบนโต๊ะ
การมีสุขภาพดีในที่ทำงาน นอกจากดูแลสุขภาพของตัวเองแล้ว ควรดูแลสภาพแวดล้อมบริเวณโต๊ะที่ทำงานด้วย ดังผลการวิจัยที่พบว่า พนักงานออฟฟิศประสบปัญหา IDS (Irritable Desk Syndrome) ซึ่งเกิดจากการทำงานบนโต๊ะที่รกและไม่เป็นระเบียบเป็นระยะเวลานาน ส่งผลให้เกิดอาการปวดเรื้อรัง ประสิทธิภาพการทำงานลดลง และอาการป่วยทางจิตและร่างกายอื่นๆ ซึ่งพนักงานส่วนใหญ่ไม่ค่อยใส่ใจในเรื่องนี้ ทางที่ดีที่สุดคือ พยายามทำโต๊ะให้โล่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ ควรเก็บสิ่งต่างๆ ที่ไม่จำเป็นออกจากโต๊ะทำงาน จัดสัดส่วนของโต๊ะให้เป็นระเบียบหรืออยู่ในโซนเดียวกัน เพื่อให้ง่ายต่อการหยิบใช้งาน ตามหลักเออร์กอนอนมิกส์ที่เป็นศาสตร์ของความสัมพันธ์ระหว่างคนและสภาพแวด ล้อมการทำงาน โดยวางของที่ใช้บ่อยอย่างโทรศัพท์ ปากกา ดินสอ ตรงพื้นที่ทำงานใกล้ตัว และวางไว้ด้านเดียวกับความถนัดของการใช้มือ สามารถเอื้อมหยิบได้โดยไม่ต้องลุกขึ้น นอกจากการจัดระเบียบแล้ว อย่าลืมเรื่องความสะอาด โดยเฉพาะอุปกรณ์เม้าส์และคีย์บอร์ดที่เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค ควรทำความสะอาดให้บ่อยครั้งมากที่สุด เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น และไม่เกิดอุบัติเหตุจากการทำงาน

อาหารว่างระหว่างทำงาน
เมื่อถึงช่วงบ่ายหนุ่มสาวออฟฟิศมักหมดแรง มาเติมพลังด้วยอาหารว่าง เพื่อสร้างความกระฉับกระเฉง และยังช่วยผ่อนคลายความเครียดได้ด้วย แนะนำของว่างที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ปริมาณแคลอรีน้อยแถมอร่อยด้วย อย่างถั่วกรอบๆ ที่ให้โปรตีน หรือผลไม้สดสลับสับเปลี่ยนประเภทกันไปในแต่ละวัน เพื่อให้ได้คุณประโยชน์อย่างเต็มที่ หรือจะเป็นโยเกิร์ตรสธรรมชาติสักถ้วย สมูทตี้หวานน้อยสักแก้ว เป็นของว่างที่ทานได้ง่ายๆ ในที่ทำงาน นอกจากนี้ หากเริ่มง่วงๆ ลองชงกาแฟอุ่นๆ สักแก้ว ค่อยๆ จิบกรุ่นกลิ่นความหอมของเมล็ดกาแฟคุณภาพดี ช่วยผ่อนคลายความเครียดจากงานที่วุ่นวายได้ดี อย่าลืมเติมอาหารว่างให้กับตัวเอง เพื่อสมองที่ปลอดโปร่งพร้อมทำงานต่อไปได้อย่างเต็มที่จนถึงเวลาเลิกงานเลยทีเดียว

หลักการของเมโสแฟต

หลักการของ Meso Slimming คือตัวยาที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากธรรมชาติ วิตามิน และแร่ธาตุ จะเข้าไปสลายไขมันตามจุดต่างๆ ของร่างกาย ทำให้ผนังไขมันแตกตัวออกเป็นไขมันเหลวและถูกขับออกทางปัสสาวะ โดยปริมาณที่ฉีดขึ้นอยู่กับบริเวณที่ต้องการ เช่น บริเวณแก้ม 2 ข้างอาจจะใช้ยาปริมาณจุดละ 0.2-0.4 ml. ห่างกันทุก 0.5-1เซนติเมตร โดยฉีดลึกเข้าไปในชั้นไขมันตั้งแต่ 0.2-0.4 มิลลิเมตร และฉีดซ้ำได้ทุก 1-2 สัปดาห์ โดยไขมันจะเริ่มลดจำนวนลง 10-20% ในแต่ละครั้งที่ทำการรักษา แนะนำให้ทำติดต่อกันประมาณ 3-5 ครั้งเพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน

ตำแหน่งที่นิยมทำ เมโสแฟต Meso Slimmimg

แก้ม
คาง (เหนียง)
ต้นแขน ต้นขา
หน้าท้อง

การปฏิบัติตัวหลังฉีด Meso Slimming

พยายามดื่มน้ำให้ได้วันละ 2 ลิตร เพื่อช่วยขับไขมันส่วนเกินที่สลายให้ออกจากร่างกายได้มากขึ้น
อาจมีรอยเขียวช้ำบริเวณที่ฉีดสลายไขมันบ้างหากโดนเส้นเลือดฝอยเล็กๆ จึงควรหลีกเลี่ยงการนวดตัว อบซาวน่า และการทำทรีทเม้นท์ใดๆ หลังทำประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อลดการฟกช้ำให้น้อยลง
หลังฉีดทันทีอาจมีอาการบวมยาเป็นเวลาประมาณ 2-4 ชั่วโมงเท่านั้น เมื่อหายแล้วจะไม่มีรอยใดๆ ผิวหนังจะยุบเอง ไม่เป็นคลื่น ผิวไม่เป็นรอยบุ๋ม
งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่
ควรออกกำลังกายเบาๆ เช่น เดินเร็ว โยคะ หรือแอโรบิค อย่างน้อยวันละ 30-45 นาที อาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง เพื่อให้กล้ามเนื้อกระชับ ช่วยรีดไขมันให้ออกจากร่างกายได้เร็วขึ้นและลดการสะสมของไขมันใหม่
การทำเมโสแฟตจะไม่มีประโยชน์ ถ้าไม่ปรับพฤติกรรมการทานอาหาร เพราะฉะนั้น คนไข้ควรหลีกเลี่ยงของมัน ของทอด บุฟเฟต์ แต่ให้ทานผัก ผลไม้ รวมถึงอาหารประเภทต้มหรือนึ่งให้มากขึ้น และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ไขมันส่วนเกินจะได้ไม่กลับมาสะสมอีก

ผู้ที่ไม่ควรทำ Meso Slimming

สตรีมีครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร
มีประวัติเป็นโรคระบบหลอดเลือดผิดปกติ เช่น เส้นเลือดสมองตีบหรืออุดตัน โรคมะเร็ง
ความดันโลหิตต่ำ
เป็นโรคหัวใจ
เป็นโรคเบาหวานที่ต้องฉีดอินซูลินเป็นประจำ
เป็นโรคติดเชื้อหรือมีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง